วิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติ

ธันวาคม 22nd, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

วิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติ

แตงกวา

นำแตงกวามาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ แช่ตู้เย็นไว้ และก่อนนอนให้นำแตงกวามาโปะบริเวณดวงตาและถุงใต้ตา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วค่อยเอาออก วิธีนี้สาว ๆ นิยมกันมาก เพราะนอกจากถุงใต้ตาจะลดลงแล้ว ยังจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาชุ่มชื้นและดูสดใสขึ้นด้วย ถ่ายภาพแต่งงาน

มันฝรั่ง

วิธีนี้ในต่างประเทศนิยมกันมาก โดยการนำหัวมันฝรั่งมาปอกเปลือกออกแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นให้นำมาประคบบริเวณดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยเอาออก ทำบ่อย ๆ จะช่วยลดถุงใต้ตาลงได้

กากชาที่ใช้แล้ว

ให้นำกากชาที่ใช้แล้วมาห่อด้วยผ้าขาวบางทำเป็นลูกประคบ จากนั้นเทน้ำอุ่นราดลงไปเล็กน้อย บีบเอาน้ำออก แล้วให้นำมาประคบบริเวณดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยล้างหน้าตามปกติ วิธีนี้ทำบ่อย ๆ จะช่วยให้ถุงใต้ตาค่อย ๆ หายไป เพราะในชาจะมีคาเฟอีนช่วยลดอาการบวมของใต้ตาได้ดี

มะเขือเทศ

อีกหนึ่งผู้ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่ได้ผลดี เพียงแค่นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำมาโปะบริเวณดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยล้างออก วิธีนี้หากทำเป็นประจำ ถุงใต้ตาจะค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญยังจะช่วยลดรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ตาให้หายไปได้อีกด้วย

น้ำมันอัลมอนด์

ก่อนนอนให้นำน้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์มานวดเบา ๆ บริเวณใต้ดวงตา ทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก ตื่นเช้ามาจะสังเกตเห็นได้ว่าใต้ตาจะไม่บวม และนอกจากนี้ยังจะช่วยทำให้ดวงตาดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้นด้วย

สูตรสครับน้ำตาลทำเอง

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

สูตรสครับน้ำตาลทำเอง

สูตรสครับน้ำตาลกาแฟ : ช่วยผิวสวยกระจ่างใส พร้อมให้ความชุ่มชื้น และคาเฟอีนในกาแฟยังช่วยขจัดเซลลูไลท์ได้ด้วย

ส่วนผสม

กากกาแฟออแกนิกส์ 1 ถ้วย

น้ำตาล 1 ถ้วย

น้ำมันมะพร้าวออแกนิกส์ ½ ถ้วย

อบเชย ½ ช้อนโต๊ะ (ถ้ามี)

วานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้ามี)

วิธีทำ

1. นำน้ำมันมะพร้าวไปอุ่นให้ละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นแต่ไม่ต้องถึงกับให้จับตัวเป็นก้อนแข็ง จากนั้นนำส่วนผสมที่เหลือมาใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้ไปใส่ในกล่องที่อากาศเข้าไม่ได้ หรือจะใส่ในเมสันจาร์ก็น่ารักดีค่ะ สูตรนี้สามารถขัดผิวได้ทุกวัน หรือจะใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้

สูตรสครับน้ำตาลข้าวโอ๊ต : ผิวใสและนุ่มราวกับก้นเด็ก ต้องใช้สูตรนี้แหละขัดแล้วเอาอยู่

ส่วนผสม

ข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา

น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะพร้าว 6 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำข้าวโอ๊ตและเบกกิ้งโซดามาผสมและคนให้รวมกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลทรายขาว แล้วใส่น้ำมันมะพร้าวลงไป 6 ช้อนโต๊ะ คนให้ทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเก็บใส่โหลแก้วเอาไว้

สูครสครับน้ำตาลขิง : สครับกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย ที่ทำให้ผิวสวยกระจ่างใส แถมยังทำเป็นของขวัญให้ใคร ๆ ก็ได้

ส่วนผสม

น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย

น้ำมันมะกอก 1 ถ้วย (ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนได้)

ขิงแบบผง 2 ช้อนโต๊ะ

หากผิวแห้งอาจเติม น้ำมันวิตามินอีหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะด้วยก็ได้

วิธีทำ

นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาเทใส่ในถ้วย แล้วคนให้เข้ากัน หากใครที่มีผิวมันมากให้เติมน้ำตาลลงไปด้วย แต่ถ้าผิวแห้งก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่ม หรือจะใส่น้ำมันวิตามินอีหรือน้ำผึ้งก็ได้ เมื่อส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ให้เทใส่โหลแก้วเอาไว้

สูตรสครับน้ำตาลแอปเปิล+อบเชย : อยากผิวนุ่มไม่แห้งกร้าน ต้องใช้สครับสูตรนี้แหละขัดด่วน

ส่วนผสม

น้ำมันมะพร้าว 1 ถ้วย

น้ำตาล 1 ถ้วยครึ่ง

แอปเปิล 1 ลูกกลาง

สารสกัดจากอบเชย

ผงอบเชย

วิธีทำ

หั่นแอปเปิลให้เป็นชิ้นเล็กก่อนแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำน้ำมันมะพร้าว น้ำตาล แอปเปิล และสารสกัดจากอบเชย พร้อมผงอบเชยลงไปเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทใส่โหลแก้วเก็บเอาไว้ในตู้เย็น 2 สัปดาห์ ก่อนใช้ทุกครั้งคนให้เข้ากันก่อนแล้วนำมาขัดที่ผิวเบา ๆ

อาหารเพื่อผิวสวย

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

อาหารเพื่อผิวสวย

ดาร์กช็อกโกแลต

เลิกคิดได้แล้วว่าการกินช็อกโกแลตทำให้สิวขึ้น เพราะการกินดาร์กช็อกโกแลตนี่แหละช่วยบำรุงผิวให้เราได้ด้วย ซึ่งในดาร์กช็อกโกแลตมีส่วนผสมของโกโก้ ที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวและช่วยทำให้ผิวกระชับเต่งตึงได้

ถั่วเหลือง

ถ้าไม่อยากให้ริ้วรอยมาเยือนก่อนวัย บอกเลยว่าการกินถั่วเหลืองนี่แหละช่วยได้จริง เพราะในถั่วเหลืองมีไอโซฟลาโวนที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยให้ผิวเต่งตึงยืดหยุ่นและช่วยไม่ให้ผิวสูญเสียคอลลาเจน อันเป็นต้นเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ นั่นเอง

ชาเขียว

ในชาเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และช่วยลดการอักเสบได้ด้วย ถ้าอยากให้ชาเขียวช่วยบำรุงผิวให้สวยเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์ไปนาน ๆ ละก็ หันมาดื่มชาเขียวชงร้อน ๆ สิคะรับรองว่าเริดชัวร์

อัลมอนด์

ใครผิวแห้งไม่ชุ่มชื้นสดใส ต้องกินอัลมอนด์เยอะ ๆ เลยนะจ๊ะ เพราะอัลมอนด์อุดมไปด้วยวิตามินอี ที่จะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลแบบไม่ต้องพึ่งยาเลย

มะเขือเทศ

ในมะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีนที่จะช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ช่วยชะลอวัยไม่ให้หน้าแก่เร็ว และยังช่วยในเรื่องของสิวได้ด้วย แถมถ้ากินมาก ๆ เข้าไว้รับรองผิวใสอมชมพูสุขภาพดีเป็นธรรมชาติเลยทีเดียว

หอยนางรม

หอยนางรมเป็นแหล่งของสังกะสี (Zinc) มากที่สุด ซึ่งสังกะสีนี่แหละที่จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือถ้าใครมีปัญหาเรื่องสิวหรือหน้ามันจนจะทอดไข่ได้แล้ว บอกเลยการกินหอยนางรมช่วยกู้ผิวคุณได้แน่นอน

แครอท

ในแครอทอุดมไปด้วยสารสีแดงที่เรียกว่า เบต้าแคโรทีน ที่เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งจะช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวี ช่วยชะลอความแก่ และช่วยบำรุงให้ผิวสดใสไม่หมองคล้ำด้วย

บรอกโคลี

ในผักสีเขียวชอุ่มอย่างบรอกโคลีมีกลูโคโรฟานิน ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะนำไปผลิตเอนไซม์ชื่อว่า ซัลโฟราเฟน ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวเสียได้ นอกจากนี้การกินบรอกโคลียังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวและช่วยต่อต้านริ้วรอยด้วยนะ

กีวี่

เจ้าผลไม้เนื้อสีเขียวลูกเล็กนี่แหละ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีอย่างล้นหลาม หากกินเข้าไปแล้วจะช่วยทำให้ผิวใส ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งตึง และช่วยในเรื่องของริ้วรอยด้วยนะ

วิธีกรีดอายไลเนอร์สวย ๆ

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

วิธีกรีดอายไลเนอร์สวย ๆ

1. แบบง่ายสุด เข้ากับทุกชุด

การกรีดอายไลเนอร์แบบนี้เหมาะสำหรับสาวหมวย เพียงแค่กรีดไปตามรูปตาของคุณ เริ่มจากกึ่งกลางแล้วสิ้นสุดที่หางตาพอดี ให้หางตาเป็นเส้นปลายทู่ ไม่ต้องลากยาว เส้นไม่หนาแต่ก็ไม่บางจนเกินไป แบบนี้จะช่วยให้ดวงตาของคุณดูกลมโตมากกว่าเดิม

2. แบบคลาสสิก ฮิตกันทั่วโลก

แบบคลาสสิกนี้เราเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง กูรูบิวตี้ทั้งในและนอกประเทศต่างกรีดอายไลเนอร์แบบนี้กันทั้งนั้น เพียงแค่ลากหางต่อจากแบบที่ 1 ให้ยาวและตวัดขึ้น แค่นี้ก็ให้ลุคโฉบเฉี่ยวเปรี้ยวมั่นแล้วล่ะค่ะ

3. แบบดับเบิล เดินไปไหนใคร ๆ ก็มอง

หากเบื่อแบบคลาสสิก ลองเพิ่มหางตาเข้าไปอีกเส้นสิคะ เว้นระยะห่างเพียงนิดหน่อย เติมหางวาดตวัดขึ้นอีกเส้นข้างใต้ เขียนใต้หางตานิดหน่อยเพื่อให้เส้นเชื่อมและดูไม่หลอกตา

4. แบบเบสิก คลิกกับทุกคน

แบบเบสิกนี้จะธรรมดาและเรียบง่ายที่สุด เหมาะกับดวงตาทุกรูปแบบ เพียงแค่กรีดอายไลเนอร์จากกึ่งกลางให้ชิดขอบตาเข้าไว้ ใช้เส้นบาง ๆ ไม่ต้องหนา ซึ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดเขียนเราขอแนะนำแบบเบสิกเลยค่ะ เพราะเพียงแค่นี้ก็ออกจากบ้านได้แล้ว

5. แบบดราม่าควีน ฉันจะวีนฉันจะเหวี่ยง

สาวมั่นสุดจี๊ดที่คิดไม่ออกว่าจะกรีดแบบไหน ลองกรีดแบบดราม่าควีนสิคะ รับรองสายตาคุณจะดูเฉี่ยวอยู่ตลอดเวลา เพียงลากหางกรีดออกมาให้หนาและถมดำทั้งหมด แค่นี้สาว ๆ ก็จะมีดวงตาที่สามารถสยบได้ทุกคนเลย

6. แบบเบา ๆ อย่างสาวเกาหลี

ไหนใครเป็นติ่งตัวยงยกมือขึ้น ต้องบอกเลยว่าแบบเบา ๆ นี้สาวเกาหลีนิยมกรีดกันมาก ทั้งนักร้องนักแสดง ด้วยการเขียนเส้นบางชิดขอบตา แต่ลากหางยาวออกมาเล็กน้อย อาจเลือกใช้อายแชโดว์สีอ่อนทาด้วยเพราะมันจะทำให้ดวงตาดูหวานซ่อนเปรี้ยว

7. แบบหนา สไตล์สาวร็อค

วิธีการกรีดอายไลเนอร์แบบนี้โปรดปรานที่สุดสำหรับสาวร็อค วิธีกรีดก็ง่าย ๆ เพียงแค่ถมดำให้ทั่วจนเกือบถึงชั้นพับตา ไม่ต้องตวัดหางลากยาวอะไรทั้งสิ้น แต่กรีดแบบนี้ระวังเรื่องอายไลเนอร์ไหลเยิ้มนิดหนึ่งนะคะ ระหว่างวันเช็กให้ดีด้วย

8. แบบหางปลา เก๋ไก๋ซะไม่มี

ใครอยากเพิ่มความแฟนซีให้กับดวงตางั้นลองเขียนแบบหางปลาดูสิคะ เพียงแค่ตวัดหางบนเปลือกตาให้มากกว่าปกติ และวาดอีกเส้นที่หางตาโดยให้หางตวัดลง ลากหางล่างให้เชื่อมกับใต้หางตา แค่นี้คุณก็จะได้ดวงตาที่ไม่เหมือนใครอีกแล้ว

9. แบบแคทอาย แมวสาวเจ้าเสน่ห์

อีกหนึ่งแบบที่ฮิตมากสำหรับสาวตะวันตก ด้วยการเขียนอายไลเนอร์ชิดขอบตาบนและล่าง จากนั้นตวัดหางลากยาวให้เชื่อมต่อกัน อาจติดขนตาปลอมเพื่อให้ดวงตาคุณโฉบเฉี่ยว แค่นี้คุณก็จะได้ลุคแมวสาวเจ้าเสน่ห์ที่ใคร ๆ เห็นเป็นต้องตกหลุมรักแล้ว

คล็ดลับดูแลคิ้วให้สวย

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

คล็ดลับดูแลคิ้วให้สวย

1. เลือกสีเขียนคิ้วที่อ่อนว่าสีผม 1 เฉด

ที่เขียนคิ้วในปัจจุบันนี้มีหลายสีหลายรูปแบบ ซึ่งสาว ๆ ส่วนใหญ่มักจะเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผม แต่จริง ๆ แล้ว สาว ๆ ควรเลือกที่เขียนคิ้วสีอ่อนกว่าสีผม 1 เฉดนะคะ เพราะเมื่อเขียนลงไปแล้วจะทำให้ใบหน้าสาว ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตามากเกินไปนั่นเองค่ะ

2. เบลนหัวคิ้วให้ฟุ้ง

อีกเคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการเขียนคิ้วให้สวยเป๊ะ คือหัวคิ้วจะต้องดูฟุ้ง ๆ ไม่เหมือนกับหางคิ้วที่จะต้องเข้มและขอบคมชัด แต่ถ้าสาว ๆ เผลอเขียนหัวคิ้วเข้มหนาเห็นขอบคมชัดไปแล้วก็อาจจะใช้แปรงเบลนหรือนิ้วเกลี่ย ๆ ให้หัวคิ้วดูฟุ้ง ๆ แทนได้

3. เก็บรายละเอียดด้วยคอนซีลเลอร์

ถ้าสาว ๆ อยากมีคิ้วเป๊ะในวันที่ต้องออกงาน ขอแนะนำว่าให้ใช้คอนซีลเลอร์เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบบริเวณคิ้ว และเพิ่มความโดดเด่นด้วยไฮไลท์แต้มที่ใต้ท้องคิ้วนั่นเองค่ะ

4. ถอนขนคิ้วหลังอาบน้ำเสร็จ

การถอนขนคิ้วด้วยแหนบทำให้สาว ๆ รู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ ใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นลองถอนขนคิ้วหลังจากที่อาบด้วยน้ำอุ่นดูสิ เพราะน้ำอุ่นจะช่วยให้รูขุมขนเปิดกว้างและถอนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

5. หารูปคิ้วที่เหมาะกับใบหน้าตนเอง

เดี๋ยวนี้เทรนด์เกาหลีกำลังมาแรง โดยเฉพาะการเขียนคิ้วตรงที่เห็นได้จากไอดอลเกาหลีตามเอ็มวีหรือซีรีส์ที่ฉายจนเป็นกระแส ซึ่งสาว ๆ หลายคนก็เลียนแบบ แต่พอเขียนเสร็จกลับดูแปลก ๆ นั่นเป็นเพราะคิ้วตรงไม่ได้เข้ากับรูปหน้าของทุกคนเสมอไปยังไงล่ะคะ สาว ๆ ควรหารูปคิ้วที่เหมาะกับใบหน้าตัวเองที่สุด เพื่อที่จะได้สวยอย่างมั่นใจกันเนอะ

6. น้ำมันละหุ่งคือตัวช่วยสำหรับสาวคิ้วบาง

สาว ๆ ที่มีขนคิ้วบางก็ไม่ต้องเศร้าใจไป เพียงแค่นำน้ำมันละหุ่งมาทาทุกคืนก่อนนอนก็จะช่วยให้ขนคิ้วของสาว ๆ ค่อย ๆ ดูหนาดกดำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งการสักคิ้วให้เจ็บตัวเลย

7. เจลสักคิ้วสำหรับสาวขี้เกียจ

เจลสักคิ้วเป็นไอเทมใหม่ที่เพิ่งออกมาฮิตได้ไม่นาน ขอบอกเลยว่ามันยอดเยี่ยมตรงที่ติดทนนาน เพียงแค่นำเจลทาเป็นรูปคิ้วแล้วลอกออก ก็จะสามารถอยู่ได้นาน 5-7 วันเลยล่ะค่ะ ไม่ต้องมานั่งเขียนคิ้วทุกวัน โดนใจสาวขี้เกียจเป็นอย่างยิ่ง

8. แว็กซ์คิ้ว

การแว็กซ์คิ้วก็เหมือนกับการแว็กซ์ขนแขนขนขาเลยค่ะสาว ๆ เพียงแต่เจ็บน้อยกว่าเพราะขนเส้นอ่อนและไม่เยอะเท่า นอกจากนี้ยังทำให้ผิวบริเวณรอบคิ้วเรียบเนียน โดยเฉพาะใต้ท้องคิ้ว ทำให้ลงอายแชโดว์ได้ง่ายขึ้นด้วย

8 สีลิปสติกสุดฮอต

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

8 สีลิปสติกสุดฮอต

1. ม่วงพลัม

สีม่วงนั้นมีหลายเฉด ทั้งม่วงเข้ม ม่วงอมแดง แต่สำหรับตอนนี้สีมาแรงต้องม่วงพลัมเท่านั้น จะเลือกชนิดเนื้อครีมหรือแมตต์ก็ได้ และลิปสติกต้องมีพิกเมนต์แน่นไม่หลุดง่าย จะช่วยให้เห็นริมฝีปากเด่นชัดตัดขอบกับสีผิว

2. แดงเบอร์รี

สียอดฮิตในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอ สีนี้ให้ความหรูหราเหมาะกับงานกลางคืน จะทาเต็มริมฝีปากอวบอิ่มหรือแตะสีเข้มตรงกลางปาก จากนั้นเอานิ้วเกลี่ยให้เป็นเนื้อเดียวกันเพื่อให้สีดูอ่อนลงมา หากเบื่อเนื้อแมตต์ก็ใช้กลอสมันวาวเพิ่มความอวบอิ่มเปลี่ยนเป็นอีกลุคไปเลย

3. พีชสด

สีนี้เราอาจได้เห็นจนชินตาบนพรมแดง ที่มาพร้อมกับสายตาอันร้อนแรง และเซ็กซี่ด้วยอายไลเนอร์คมกริบ อย่างเช่นตัวแม่บียอนเซ่ (Beyonce) ก็เลือกใช้สีนี้เช่นกัน รับรองว่าสาวผิวเข้มหรือขาวก็ไม่มีปัญหา สีพีชช่วยคุณได้แน่นอน

4. ดาร์กเปล่งประกาย

สีแนวนี้ได้รับอิทธิพลมาจากยุค 70 โดยการใช้ลิปกลอสสีแนวดาร์ก ๆ เช่น สีพลัม สีเบอร์กันดี หรือจะใช้ลิปไลเนอร์สีดาร์กระบายให้ทั่วปากก่อน แล้วตามด้วยกลอสใสก็เริดไม่แพ้กัน

5. นู้ดเนื้อครีม

ที่นิวยอร์กแฟชั่นวีคเห็นกันละลานตา สาว ๆ ที่บ้านเราก็นิยมเช่นกัน ซึ่งสีนี้จะใช้แต่งแบบเน้นคอนทัวร์ทำให้เห็นมิติของใบหน้า แล้วยิ่งเป็นลิปสติกแบบเนื้อครีมหรือเนื้อมันวาว ยิ่งจะช่วยทำให้ใบหน้าดูนุ่ม ละมุน อ่อนหวาน

6. ชมพูกุหลาบ

ไม่ใช่แค่ปากสีเข้มเท่านั้นที่น่าดึงดูด อย่าลืมสีพื้นฐานอย่างชมพู ที่ช่วยเพิ่มความสดใส อ่อนหวาน ทำให้ใบหน้าดูเปล่งปลั่ง น่าค้นหา ขนาดสาว จีจี้ ฮาดิด (Gigi Hadid) ยังต้องกดไลค์

7. แดงร้อนแรง

อันที่จริงสีแดงยังไงก็มาแรงทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เฉพาะในฤดูหนาวเท่านั้น นักร้องเสียงทรงพลังอย่าง อะเดล (Adele) ก็หยิบมาใช้ตลอด รวมไปถึง เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) และ เกว็น สเตฟานี่ (Gwen Stefani) ก็หลงใหลในปากแดงเช่นกัน

8. โทนน้ำตาล

สีในดวงใจของใครหลายคน แต่ซื้อมาแล้วก็ได้แต่ดองเก็บไว้เพราะไม่กล้าทา บอกเลยหน้าหนาวนี้หยิบออกมาใช้เถอะไม่ตกเทรนด์แน่นอน แค่ปาดลิปสติกโทนน้ำตาลแล้วแต่งตาคัดเบ้านิดหน่อยก็สวยเริด

กฏเหล็กการแต่งหน้า

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

กฏเหล็กการแต่งหน้า

1. ความสะอาดคือสิ่งสำคัญที่สุด

ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่บอบบาง หากมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปแม้จะขนาดเล็กแค่ไหนก็สามารถทำให้ตาของเราระคายเคืองได้ ดังนั้นในการแต่งหน้าสาว ๆ จึงต้องมั่นใจว่ามือและอุปกรณ์แต่งหน้าของเราสะอาด ไม่มีเชื้อโรคหรือแบคทีเรียสะสม หมั่นทำความสะอาดแปรง พัฟ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้สัมผัสใบหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ค่ะ

2. ใส่คอนแทคเลนส์ก่อนเป็นอันดับแรก

ทุกครั้งก่อนที่สาว ๆ จะเริ่มแต่งหน้า ควรใส่คอนแทคเลนส์ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะนอกจากจะช่วยให้สาว ๆ กำหนดการแต่งตาให้เข้ากับสีคอนแทคเลนส์ได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อจากมือที่ไม่สะอาดหลังจากการแต่งหน้าด้วย

3. ระมัดระวังในการปัดมาสคาร่า

ในการปัดมาสคาร่าสาว ๆ จะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะต้องปัดขนตาซึ่งเป็นส่วนใกล้ดวงตาเรามากที่สุด หากเผลอไปโดนคอนแทคเลนส์เข้าอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือตาแดงได้ โดยให้ปัดในท่าทางที่เราถนัด ส่องกระจกคอยมองอยู่ตลอด และปัดช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ทีนี้สาว ๆ ก็จะได้ขนตาที่เด้งงอน พร้อมทั้งดวงตาคู่สวยแล้วล่ะค่ะ

4. เลือกใช้อายแชโดว์แบบครีมดีกว่า

โดยปกติทั่วไปสาว ๆ มักจะเลือกพาเลตต์อายแชโดว์ที่เป็นแบบฝุ่นกันใช่ไหมคะ เพราะแต่งง่ายและเป็นที่นิยม มีให้เลือกหลากหลายมากกว่า แต่ข้อเสียของอายแชโดว์แบบฝุ่นคือต้องระวังไม่ให้เศษผงเข้าตานั่นเอง และเพื่อขจัดปัญหานี้สำหรับสาว ๆ ที่ใส่คอนแทคเลนส์ อายแชโดว์แบบครีมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี ปาดเพียงนิดเดียวสีก็ติดชัดเจน แถมยังเกลี่ยง่ายด้วยนะ

5. หลีกเลี่ยงการกรีดอินเนอร์ ไลเนอร์

การกรีดอินเนอร์ ไลเนอร์เป็นการแต่งตาที่ช่วยเพิ่มความคมชัดให้ดวงตาของสาว ๆ ดูคมเข้ม ชัดเจน ซึ่งการกรีดนั้นต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะต้องใช้ดินสอเขียนลงไปขอบตาด้านในของเรา โดยเฉพาะกับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ อีกทั้งยังเช็ดออกยาก ดังนั้นสาว ๆ ที่ใส่เลนส์อาจจะต้องหลีกเลี่ยงการกรีดอินไลเนอร์ไปก่อนเนอะ

6. แป้งพัฟไม่ทำให้ดวงตาระคายเคือง

แน่นอนว่าหนึ่งในขั้นตอนการแต่งหน้าจะต้องมีการทาแป้งอย่างแน่นอน ซึ่งแป้งที่สาว ๆ นิยมฮิตใช้กันมีอยู่ 2 ชนิดคือ แป้งพัฟและแป้งฝุ่น แต่สำหรับคุณผู้หญิงที่ใส่เลนส์อาจจะต้องเลือกใช้แป้งพัฟแทนก่อน เพราะแป้งฝุ่นนั้นเป็นละอองเล็ก ๆ ที่อาจเข้าตาเราและทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกันค่ะ

7. ถอดเลนส์ก่อนเช็ดเครื่องสำอาง

มาถึงขั้นตอนของการล้างเครื่องสำอาง สำหรับสาว ๆ ที่ใส่คอนแลคเลนส์นั้นควรถอดเลนส์ออกก่อน เพื่อตอนที่ใช้อายรีมูฟเวอร์เช็ดดวงตานั้นจะได้ไม่มีสิ่งสกปรกหลุดเข้าไปเลอะคอนแลคเลนส์ได้ และอย่าลืมว่าต้องเช็ดอย่างเบามือ ไม่ต้องขยี้หรือถูนะคะ ไม่อย่างนั้นดวงตาของเราจะบอบช้ำได้ค่ะ

5 การแต่งหน้าโทนส้ม

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

5 การแต่งหน้าโทนส้ม

1. โทนส้มแบบใส ๆ เหมือนนางเอกเกาหลี

เริ่มจากลงรองพื้น กลบร่องรอยด่างดำต่าง ๆ ด้วยคอนซีลเลอร์ แล้วใช้บลัชออนแบบเนื้อครีมสีส้มพีชแตะให้ทั่วพวงแก้ม แล้วใช้แป้งฝุ่นปัดให้ทั่วใบหน้าและทับอีกครั้งด้วยบลัชออนสีส้มพีชแบบฝุ่น เขียนคิ้วไม่ต้องหนามาก เลือกใช้อายแชโดว์สีส้มเกลี่ยให้ทั่วเปลือกตาและทับด้วยสีนู้ดเบจ กรีดอายไลเนอ์ให้ชิดขอบตาด้วยสีน้ำตาลเปลือกไม้ ดัดขนตาปัดมาสคาร่า จบด้วยการทาลิปสติกสีส้มนีออนใช้นิ้วเกลี่ยบาง ๆ

2. ส้มเปรี้ยวจี๊ดสไตล์จัดจ้าน

ก่อนอื่นให้ลงรองพื้นเช่นกันค่ะ แล้วลงบลัชออนสีส้มแบบเนื้อครีม อาจใช้พัฟกด ๆ เพื่อให้ติดคงทนทั้งวัน คอนทัวร์หน้าด้วยเฉดดิ้งบริเวณสันกราม สันจมูก จากนั้นมาแต่งตาด้วยสีเหลืองมะม่วงผสมกับส้มเล็กน้อย ระบายให้ทั่วเปลือกตา ใช้สีน้ำตาลอ่อนคัดเบ้าที่หางตาเบา ๆ ไม่ต้องหนักมือมาก กรีดอายไลเนอร์ ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้เรียบร้อย เขียนคิ้วด้วยสีน้ำตาลอ่อน ปิดท้ายด้วยลิปสติกสีส้มแบบกลอสค่ะ

3. ส้มสดใสรับแสงยามเช้า

ก่อนอื่นทำความสะอาดหน้าและลงเซรั่มให้เรียบร้อย ลงคุชชั่นแทนรองพื้นเพื่อให้หน้าสว่างใส เขียนคิ้วด้วยเฉดสีใกล้เคียงกับสีผม คอนทัวร์หน้าบริเวณสันจมูกและกรอบหน้า เพิ่มมิติแสงเงาด้วยไฮไลท์ลงบริเวณที่หน้ารับแสง เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม และปลายจมูก ใช้บลัชออนสีส้มแบบแท่งปาดบริเวณแก้มและเปลือกตา ใช้นิ้วเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นทาบริเวณกลางเปลือกตาด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นสีส้มเข้ม และสีทองแบบมีกลิตเตอร์ทับอีกครั้ง กรีดอายไลเนอร์ด้วยสีน้ำตาล ปิดท้ายด้วยลิปสติกสีส้มครีมค่ะ

4. ดูน่ารักน่ากินกับใบหน้าโทนส้ม

แน่นอนการแต่งหน้าทุกครั้งเราต้องกลบร่องรอยต่าง ๆ ออกไปด้วยรองพื้นและคอนซีลเลอร์ ใช้อายไพรเมอร์เปลือกตาเพื่อให้สีอายแชโดว์ชัดติดคงทน จากนั้นเริ่มแต่งตาด้วยสีส้มอ่อนทาให้ทั่ว แล้วลงสีส้มชมพูกลางเปลือกตา เพิ่มความโดดเด่นด้วยการทาสีทองและส้มแบบกลิตเตอร์ ทาปากด้านในด้วยทินท์สีส้มจี๊ดและขอบปากด้วยลิปสติกสีส้มเหลืองค่ะ

5. เพิ่มเสน่ห์ใส ๆ ใช้แต่งได้ทุกวัน

ลุคนี้จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับสาว ๆ โดยการแต่งตาด้วยโทนส้มน้ำตาล เริ่มจากลงสีส้มพีชเป็นสีพื้นให้ทั่วเปลือกตา แล้วใช้สีชมพูกลิตเตอร์ทาทับอีกชั้น จากนั้นเลือกใช้อายแชโดว์สีส้มทาชั้นตาพับใน สุดท้ายใช้สีน้ำตาลกลิตเตอร์ระบายบริเวณหางตาและใต้ตา ติดขนตาบาง ๆ กรีดอายไลเนอร์สีดำเส้นเล็กให้ชิดขอบมากที่สุด และขั้นตอนสุดท้ายลงทินท์สีส้มให้ทั่วริมฝีปาก ลงกลอสทับอีกสักหน่อย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

รองพื้นสำหรับหน้าหนาว

ธันวาคม 21st, 2016

ไม่ให้ใส่ความเห็น

รองพื้นสำหรับหน้าหนาว

1. Nars Sheer Glow Foundation

มาเริ่มกันที่รองพื้นตัวแรกจากแบรนด์ดัง ตัวนี้ใช้แล้วจะทำให้หน้าดูฉ่ำวาว เหมาะสำหรับใช้ในช่วงหน้าหนาวสุด ๆ เลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะสาว ๆ ผิวแห้งทั้งหลายยิ่งไม่ควรพลาด เพราะเป็นรองพื้นที่ฉ่ำเหมาะกับผิวกำลังดี แถมยังเกลี่ยง่าย ปกปิดดี แต่ไม่หนักหน้า ระหว่างวันหน้าก็ไม่ดรอป ไม่เป็นคราบด้วยค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาท

2. Shiseido Sheer and Perfect Foundation

สำหรับตัวนี้บอกเลยว่าหน้าหนาวไหน ๆ ก็พลาดไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นรองพื้นสูตรน้ำที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ตัวนี้จะช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ไม่ทำให้หน้าแห้ง ใช้แล้วจะได้ลุคธรรมชาติ เป็นรองพื้นที่สามารถใช้ได้ทุกวันเลยล่ะค่ะ ราคาประมาณ 1,500 บาท

3. Maybelline Fit Me ! Dewy + Smooth Foundation

รองพื้นเนื้อลิควิดคุณภาพดีราคาไม่แพง ตัวนี้สาว ๆ หลายคนต่างก็พูดถึงว่าใช้ในหน้าหนาวแล้วมันเวิร์กสุด ๆ ทาแล้วจะได้ลุคเนียนใส ดิวอี้ ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ตัวนี้สามารถใช้ได้ตั้งแต่ผิวแห้งไปจนถึงผิวผสมเลยค่ะ ปกปิดปานกลาง แต่ความฉ่ำวาวนี่ชนะเลิศสุด ๆ ราคาประมาณ 300-400 บาทค่ะ

4. Chanel Vitalumiere Aqua Ultra-Light Skin Perfecting Makeup SPF 15

รองพื้นเนื้อฟลูอิดบางเบาจากอีกหนึ่งแบรนด์ดัง ที่ส่งเข้าประกวดในหน้าหนาวก็ชนะเลิศไม่แพ้รองพื้นยี่ห้ออื่น ๆ ทาแล้วจะทำให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียนสม่ำเสมอ ตัวนี้สามารถปกปิดได้ปานกลาง แต่ก็สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลยค่ะ โดยเฉพาะสาว ๆ ผิวแห้งตัวนี้ถือเป็นลูกรักเลยทีเดียว สนนราคาประมาณ 2,200 บาทค่ะ

5. Lunasol Water Cream

อีกหนึ่งรองพื้นที่สาว ๆ ส่วนใหญ่บอกต่อกันมาว่าหน้าหนาวอย่างนี้ไม่มีไม่ได้ เพราะใช้แล้วจะได้ลุคดิวอี้ฉ่ำ ๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ตลอดทั้งวัน แถมยังปกปิดดี ติดทนตั้งแต่เช้ายันเย็น สำหรับตัวนี้บอกเลยไม่ว่าจะใช้ในหน้าหนาว หรือจะพกไปเที่ยวเมืองนอกตอนอากาศเย็น ๆ ตัวนี้เอาอยู่ค่ะ ราคาประมาณ 1,800 บาท

เสื้อผ้าแฟชั่น แทงบอลออนไลน์